• ติดตามบน
ตัวแปรและประเภทข้อมูลใน PHP

ตัวแปรและประเภทข้อมูลใน PHP

Chalothorn Kosakul 22 พฤษภาคม 2569 101 ครั้ง

ตัวแปรและประเภทข้อมูลใน PHP พื้นฐานสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้น

การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา PHP หนึ่งในพื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือ “ตัวแปร” และ “ประเภทข้อมูล” เพราะเป็นหัวใจหลักในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลภายในโปรแกรม หากเข้าใจเรื่องนี้ได้ดี จะช่วยให้สามารถพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ตัวแปร (Variable) คืออะไร?

ตัวแปร คือพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลที่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าได้ตลอดเวลา โดยในภาษา PHP ตัวแปรจะเริ่มต้นด้วยเครื่องหมาย $ ตามด้วยชื่อของตัวแปร เช่น

$name = "John";
$age = 20;

หลักการตั้งชื่อตัวแปรใน PHP

  • ต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษรหรือเครื่องหมาย Underline (_) เท่านั้น
  • ห้ามขึ้นต้นด้วยตัวเลข
  • ห้ามมีช่องว่างในชื่อตัวแปร
  • ควรตั้งชื่อให้สื่อความหมายเพื่อให้อ่านโค้ดง่ายขึ้น

ตัวอย่างการตั้งชื่อที่ถูกต้อง:

$studentName
$_score
$totalPrice

ประเภทข้อมูล (Data Types) ใน PHP

PHP รองรับประเภทข้อมูลหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละกรณี โดยประเภทข้อมูลที่ใช้บ่อย มีดังนี้

1. Integer (จำนวนเต็ม)

ใช้เก็บตัวเลขที่ไม่มีทศนิยม

$score = 95;

2. Float (ทศนิยม)

ใช้เก็บตัวเลขที่มีจุดทศนิยม

$price = 199.50;

3. String (ข้อความ)

ใช้เก็บข้อความ ตัวอักษร หรืออักขระพิเศษ

$message = "Hello PHP";

4. Boolean (จริง/เท็จ)

ใช้เก็บค่าทางตรรกะ มีเพียงสองค่าคือ true หรือ false

$isLogin = true;

5. Array (อาเรย์)

ใช้เก็บข้อมูลหลาย ๆ ค่ารวมกันไว้ในตัวแปรเดียว

$fruits = array("Apple", "Banana", "Orange");

6. Object (วัตถุ)

ใช้ในการเก็บอินสแตนซ์ของคลาส เพื่อประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP)

7. NULL

ใช้แทนตัวแปรที่ไม่มีค่า หรือไม่มีการกำหนดข้อมูลใด ๆ

$data = null;

การดำเนินการทางคณิตศาสตร์และ Operators ใน PHP

Operators (ตัวดำเนินการ) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ PHP สามารถคำนวณ เปรียบเทียบ และตรวจสอบเงื่อนไขต่าง ๆ ตามตรรกะของโปรแกรมได้

1. ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์

Operatorความหมายตัวอย่าง
+บวก$a + $b
-ลบ$a - $b
*คูณ$a * $b
/หาร$a / $b
%หารเอาเศษ (Modulus)$a % $b

ตัวอย่างการใช้งาน:

$a = 10;
$b = 5;

echo $a + $b; // ผลลัพธ์คือ 15

2. ตัวดำเนินการเปรียบเทียบ

ใช้ในการตรวจสอบและเปรียบเทียบค่าทั้งสองฝั่ง มักใช้ร่วมกับเงื่อนไข (if-else)

Operatorความหมาย
==เท่ากัน
!=ไม่เท่ากัน
>มากกว่า
<น้อยกว่า
>=มากกว่าหรือเท่ากับ
<=น้อยกว่าหรือเท่ากับ

ตัวอย่างการใช้งาน:

$x = 5;
$y = 10;

if ($x < $y) {
    echo "x น้อยกว่า y";
}

3. ตัวดำเนินการเชิงตรรกะ (Logical Operators)

ใช้ตรวจสอบเงื่อนไขหลาย ๆ เงื่อนไขพร้อมกัน

Operatorความหมาย
&&และ (AND) - เป็นจริงเมื่อเงื่อนไขทั้งหมดเป็นจริง
||หรือ (OR) - เป็นจริงเมื่อมีเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งเป็นจริง
!ไม่ (NOT) - กลับค่าตรรกะจากจริงเป็นเท็จ / เท็จเป็นจริง

ตัวอย่างการใช้งาน:

$a = true;
$b = false;

if ($a && $b) {
    echo "ทั้งคู่เป็นจริง";
} else {
    echo "มีอย่างน้อยหนึ่งค่าเป็นเท็จ";
}

การแปลงประเภทข้อมูล (Type Casting)

ในภาษา PHP เราสามารถแปลงประเภทข้อมูลจากแบบหนึ่งไปเป็นอีกแบบหนึ่งได้ ทั้งในรูปแบบอัตโนมัติและแบบกำหนดเอง

1. การแปลงอัตโนมัติ (Implicit Casting)

PHP จะปรับประเภทข้อมูลให้เหมาะสมกับตัวดำเนินการโดยอัตโนมัติ เช่น การนำข้อความที่เป็นตัวเลขมาบวกกับตัวเลขจำนวนเต็ม

$a = 10;
$b = "5"; // ข้อมูลเป็น String

$result = $a + $b; // PHP แปลง "5" เป็น Integer ให้อัตโนมัติ
echo $result; // ผลลัพธ์: 15

2. การแปลงแบบกำหนดเอง (Explicit Casting)

เราสามารถระบุประเภทข้อมูลที่ต้องการเปลี่ยนได้โดยตรง โดยใช้เครื่องหมายวงเล็บครอบประเภทข้อมูลที่ต้องการหน้าตัวแปรนั้น ๆ

$a = "10.5";
$b = (int)$a; // แปลงจาก String ทศนิยม ให้กลายเป็น Integer จำนวนเต็ม

echo $b; // ผลลัพธ์: 10 (ทศนิยมจะถูกตัดทิ้ง)

รูปแบบการแปลงข้อมูลที่ใช้บ่อย:

รูปแบบ (Syntax)ความหมาย
(int) หรือ (integer)แปลงค่าเป็นจำนวนเต็ม
(float) หรือ (double)แปลงค่าเป็นทศนิยม
(string)แปลงค่าเป็นข้อความ
(array)แปลงค่าเป็นอาเรย์

สรุป

ตัวแปร ประเภทข้อมูล และตัวดำเนินการ เป็นหัวใจและพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการเริ่มต้นเขียนโปรแกรมด้วย PHP ผู้เริ่มต้นควรฝึกฝนและทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ให้แม่นยำ เพราะเป็นองค์ประกอบหลักที่จะนำไปใช้ต่อยอดในการพัฒนาเว็บไซต์ ระบบฐานข้อมูล และแอปพลิเคชันระดับสูงต่อไปในอนาคตได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว


แชร์บทความนี้